บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนตัดสินใจว่า จะเชิญผู้แทนจากเมียนมาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองเข้าร่วมประชุมแทน ซึ่งถือเป็นการปฏิเสธความชอบธรรมของผู้นำทหารเมียนมา และเป็นมติซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของอาเซียนที่มักมีนโยบายไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น

บรูไน ซึ่งนั่งเก้าอี้ประธานอาเซียนในปีนี้ ออกแถลงการณ์ว่า ผู้แทนจากส่วนที่ไม่ใช่การเมืองในเมียนมาจะได้รับเชิญให้ร่วมประชุมในวันที่ 26-28 ตุลาคม เพื่อเปิดโอกาสให้เมียนมาจัดการกับปัญหาการเมืองภายในประเทศเพื่อให้กลับสู่ภาวะปกติ

แถลงการณ์ของอาเซียนกล่าวอ้างถึงการขาดความคืบหน้าในแผนฟื้นฟูสันติภาพในเมียนมาซึ่งรัฐบาลทหารเมียนมาเห็นพ้องไว้เมื่อเดือนเมษายน

ขณะที่ ซอว์ มิน ตัน โฆษกของรัฐบาลทหารเมียนมา กล่าวตอบโต้การตัดสินใจดังกล่าวต่อสำนักข่าวบีบีซี ภาคภาษาพม่า โดยระบุว่า อาเซียน “ถูกแทรกแซงจากต่างชาติ” โดยมีสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ที่พยายามกดดันการตัดสินใจของอาเซียน และมีการพบกันระหว่างผู้แทนของอาเซียนบางประเทศกับเจ้าหน้าที่ด้านกิจการต่างประเทศของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ อาเซียนถูกกดดันอย่างหนักจากประชาคมนานาชาติให้แสดงจุดยืนที่เข้มแข็งและชัดเจนต่อเมียนมา หลังจากที่ผ่านมาอาเซียนถูกวิจารณ์ว่าไร้ประสิทธิภาพในการจัดการกับผู้นำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ปฏิเสธกระบวนการทางประชาธิปไตย และคุกคามฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เป็นสิ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งและเป็นสิ่งที่ถูกต้อง หากอาเซียนจะลดระดับการเข้าร่วมของเมียนมาในการประชุมอาเซียนครั้งนี้ เพื่อตอบสนองต่อการรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวเมื่อวันเสาร์ (16 ต.ค.) ว่า การตัดสินใจไม่เชิญพลเอก มิน อ่อง หล่าย เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ ถือเป็นการตัดสินใจที่ยากแต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของอาเซียนเอาไว้

แถลงการณ์ของสิงคโปร์ยังขอให้รัฐบาลทหารเมียนมาให้ความร่วมมือ ด้วยการยินยอมให้ เอรีวัน ยูซอฟ ผู้แทนของอาเซียน เดินทางเข้าไปในเมียนมาเพื่อพบหารือกับกลุ่มต่างๆ รวมทั้ง นางออง ซาน ซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือนของเมียนมาด้วย

อย่างไรก็ตาม โฆษกของรัฐบาลทหารเมียนมา กล่าวว่า นายเอรีวันจะได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าไปเมียนมาได้ในสัปดาห์นี้ แต่จะไม่ได้รับอนุญาตให้พบกับนางซูจี ที่กำลังถูกดำเนินคดีในหลายข้อหาด้วยกัน